คำศัพท์ประจำสัปดาห์

Vocabs of the Week

คำศัพท์ด้านนโยบายประจำสัปดาห์

Vocabs of The Week

Digital Democracy

หรือประชาธิปไตยดิจิทัล คือการนำเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองการปกครอง เพื่อให้ผู้คนได้รับข้อมูลภาครัฐที่โปร่งใส และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและการตัดสินใจของรัฐ

ตัวอย่าง

“Better Reykjavik” เป็นตัวอย่างของประชาธิปไตยดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้คนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการตัดสินใจของรัฐ แพลตฟอร์มออนไลน์นี้เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เสนอไอเดียพัฒนาชุมชนของตน เปิดให้ผู้คนแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบาย หรือแม้แต่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใช้งบประมาณรัฐ

Vocabs of The Week

Inclusivity

หรือการโอบรับคนทุกคน คือหลักการพื้นฐานอย่างหนึ่งในสังคมประชาธิปไตย และเป็นหลักการพื้นฐานในการออกแบบนโยบาย การโอบรับคนทุกคนคือการคำนึงอยู่เสมอว่านโยบายต้องยอมรับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกพื้นเพทางเศรษฐกิจและสังคม โดยไม่สร้างอุปสรรคให้พวกเขา แต่ต้องอำนวยความสะดวกให้คนทุกคน

ตัวอย่าง

นักนโยบายจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างพื้นที่สาธารณะ แต่ปรากฏว่าผู้ลงชื่อเข้าร่วมส่วนมากเป็นผู้ชายวัยกลางคน ซึ่งอาจส่งผลให้ได้รับฟังความเห็นจากประชาชนเพียงกลุ่มเดียว เพื่อให้การออกแบบนโยบาย “inclusive” หรือโอบรับคนทุกคน จึงเป็นหน้าที่ของนักนโยบายที่จะต้องกระตุ้นและอำนวยความสะดวกกลุ่มคนที่หลากหลาย เช่น ผู้หญิง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ให้ได้มีโอกาสเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วย

Vocabs of The Week

Deliberative Method

หรือวิธีการปรึกษาหารือ คือวิธีการออกแบบนโยบายที่ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมด้วย ไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญหรือนักนโยบาย แต่คนทุกคนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาและตัดสินใจ ไม่ว่าจะผ่านการพูดคุยถกเถียงกันอย่างลึกซึ้ง การหาไอเดียใหม่ๆ หรือการตัดสินใจร่วมกัน วิธีการเช่นนี้มักเป็นวิธีที่ผสมผสานระหว่างการวิจัยและการปรึกษาหารือ และมักนำมาใช้กับประเด็นที่คนในสังคมเห็นไม่ตรงกันอย่างมาก

ตัวอย่าง

นักนโยบายต้องการออกนโยบายให้คนไทยเรียนฟรีจนถึงระดับปริญญาตรี แต่ปรากฏว่าสังคมถกเถียงกันอย่างหนัก มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในกรณีนี้เพื่อให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด นักนโยบายอาจหันมาเลือกใช้ “deliberative method” ในการปรึกษาหารือกับสังคม ให้มีการวิจัยหาตัวอย่างนโยบายที่คล้ายคลึงกันจากสังคมอื่นมานำเสนอต่อสังคม และมีการพูดคุย ถกเถียง และปรึกษาหารือกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่เข้าไม่ถึงการศึกษาระดับมหาลัย นักศึกษา หรือคนทั่วไปในสังคม เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้แก่คนทุกคน

Vocabs of The Week

Intervention

หรือการแทรกแซงทางนโยบาย คือการออกนโยบายมาเพื่อเปลี่ยนแปลงปรากฏการณ์ทางสังคมที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งหากปล่อยให้ดำเนินต่อไปในทิศทางเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมได้

ตัวอย่าง

หากพิจารณาถึงปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ณ ปัจจุบัน ที่ผลต่อชีวิตผู้คนมากมายในหลายมิติ นักนโยบายอาจจำเป็นต้องออกนโยบายมาแทรกแซง (intervention) เพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก เช่น ออกนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดที่มากขึ้น

Vocabs of The Week

Worldview

คือมุมมองที่เรามีต่อโลกใบนี้ มุมมองดังกล่าวสามารถประกอบไปด้วยทั้งความเชื่อ สมมติฐานที่เรามีในใจ และวิธีการที่เราตีความประสบการณ์ชีวิตและโลกใบนี้ ดังนั้นมุมมองต่อโลกแบบหนึ่งอาจส่งผลให้เราเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น แต่มุมมองต่อโลกในบางลักษณะก็อาจส่งผลให้เรามีอคติโดยไม่รู้ตัวได้เช่นกัน

ตัวอย่าง

ในการออกแบบนโยบาย นักนโยบายเองจำเป็นต้องสำรวจ “Worldview” ของตัวเองเพื่อไม่ให้อคติมาบังตาและแก้ปัญหาได้ตรงจุด และ “Worldview” ของผู้ใช้นโยบายด้วย เพื่อเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของประชาชนต่อเรื่องนั้นๆ เช่น ในการออกแบบนโบายเพื่อให้คนรายได้น้อยมีชีวิตดีขึ้น หากนักนโยบายมีมุมมอง “จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ” คือเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต้องพึ่งพาตนเอง นโยบายที่ออกมาก็อาจไปเน้นเพียงปัจเจก โดยหลงลืมไปว่าผู้คนต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการรัฐเพื่อให้มีชีวิตที่มั่นคงได้

Vocabs of The Week

Deep Culture

หรือวัฒนธรรมฝังรากลึก เป็นวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิต ที่มีอิทธิพลต่อมุมมอง ความเชื่อ ค่านิยม จนถึงความรู้สึกนึกคิด จิตใจ และอารมณ์ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของเราโดยทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว

ตัวอย่าง

นักนโยบายควรพินิจพิจารณาถึง “Deep Culture” เพื่อเข้าใจและถอดรากสาเหตุของปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบนโยบาย ยกตัวเช่น วัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ฝังรากลึกในประเทศไทยคือวัฒนธรรมที่ลูกจะต้องมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่นักวางแผนนโยบายสวัสดิการสำหรับผู้สูงวัยควรเข้าใจ

Vocabs of The Week

Social Listening

การติดตามรับฟังเสียงของผู้คนในโลกออนไลน์ หรือ ‘Social listening’ คือการเก็บข้อมูล รับฟังเสียง รับฟังความคิดเห็นของผู้คนในโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ ภาคธุรกิจใช้ Social Listening มาปรับปรุงสินค้าและบริการ แต่ในมุมของนักนโยบาย การติดตามรับฟังเสียงของผู้คนในโลกออนไลน์ก็จะช่วยให้รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในสังคม และออกนโยบายได้ตรงความต้องการของผู้คน

ตัวอย่าง

เพื่อทำความเข้าใจปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน Thailand Policy Lab ได้ใช้เครื่องมือ Social Listening มาติดตามรับฟังเสียงของเยาวชนในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงบ่น ระบาย ท้วงติง บนทวิตเตอร์หรือเฟสบุ๊ค สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักนโยบายเห็นภาพรวมของปัญหาและเข้าใจผู้ได้รับผลกระทบ ทำให้ได้ค้นพบข้อกังวลหลักๆ เพื่อนำมาออกแบบนโยบายให้ตอบโจทย์ต่อไป

Vocabs of The Week

Sandbox

หรือกระบะทราย คือพื้นที่สำหรับการทดลอง ที่ความผิดพลาดจะไม่ส่งผลกระทบต่อวงกว้าง ให้ลองนึกถึงการเล่นของเด็กในกระบะทราย ที่เด็กจะเข้าไปเล่นอะไรก็ได้ จะก่อปราสาททราย ล้มมันให้พัง ทำมันขึ้นใหม่ก็ได้ กระบวนการออกนโยบายต้องการพื้นที่เช่นนี้ ที่สามารถทดสอบนโยบายหรือนวัตกรรมโดยยกเงื่อนไขบางอย่างออกไป เพื่อประเมินว่าอะไรคือตัวเลือกที่ดีที่สุด

ตัวอย่าง

ทำอย่างไรถึงจะอนุรักษ์ป่าไว้ได้นะ? หากออกนโยบายไปเลยแล้วนโยบายไม่เวิร์ค สุดท้ายป่าก็อาจจะถูกทำลาย สิ่งที่นักนโยบายทำได้ก็คือการหากระบะทรายแห่งการทดลองหรือพื้นที่ป่าเล็กๆ ให้ทดลองนโยบายนั้นๆ ดู และถ้านโยบายได้ผล ก็ค่อยขยายให้ใหญ่ขึ้นหรือเอาไปทดลองในพื้นที่อื่นต่อ

Vocabs of The Week

Human Insight

การเข้าใจมนุษย์อย่างถ่องแท้ หรือ ‘Human insight’ คือความพยายามเข้าใจมนุษย์ในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน คือการมองมนุษย์ในหลายมิติว่าคนผู้นั้นเป็นใคร มีความต้องการอะไรในชีวิต มีเป้าหมายอะไร รู้สึกอย่างไร หรือบริบทชีวิตโดยทั่วไปเป็นอย่างไร การออกแบบนโยบายโดยพยายามมี ‘human insight’ อยู่เสมอ จะทำให้เรามองมนุษย์เป็นมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเพียงประชาชนที่ต้องทำตามนโยบายที่รัฐกำหนด

ตัวอย่าง

เมื่อคนรุ่นใหม่ต่างก็บ่นระงมถึงสภาพปัญหาสังคมไทย ทั้งค่าครองชีพ การทำงาน แต่ผู้ใหญ่อาจมองว่าพวกเขาแค่ไม่อดทน ในฐานะนักนโยบาย การทำความเข้าใจปรากฏการณ์ดังกล่าวจะต้องอาศัย ‘human insight’ คือต้องพินิจพิจารณาจากมุมของมนุษย์แต่ละคน เช่น คนรุ่นใหม่ได้รับเงินเดือนน้อยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ทำให้มองไม่เห็นอนาคตของตน จึงไม่พอใจกับสภาพสังคม เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ที่ทำงานในเงื่อนไขเศรษฐกิจที่ต่างไปจากปัจจุบัน จึงอาจไม่เข้าใจความเจ็บปวดของคนรุ่นใหม่ การมองเช่นนี้ก็จะช่วยให้ออกนโยบายได้อย่างเข้าใจมนุษย์มากขึ้น เช่น อาจช่วยให้กำหนดโจทย์นโยบายว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับค่าครองชีพปัจจุบันมากขึ้น

Vocabs of The Week

Ethnography

ชาติพันธุ์วรรณา หรือ ‘Ethnography’ คือวิธีวิจัยของนักมานุษยวิทยา ที่จะเอาตนเองเข้าไปอยู่ในชุมชนที่สนใจศึกษา เข้าไปอยู่อาศัย พูดคุย สังเกตการณ์ผู้คนและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้นๆ ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อาจกล่าวได้ว่าชาติพันธุ์วรรณาคือการ ‘emphatize’ หรือทำความเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง

ตัวอย่าง

ตัวอย่าง เช่น เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจคนไร้บ้าน นักมานุษยวิทยาที่ศึกษาภาวะไร้บ้านจึงไปใช้ชีวิตอย่างคนไร้บ้านในที่สาธารณะเป็นเวลาหลายเดือน วิธีการเช่นนี้ทำให้นักวิจัยเข้าใจคนไร้บ้านได้อย่างลึกซึ้ง เห็นที่มาที่ไปและวิถีชีวิตของพวกเขา การออกนโยบายก็เช่นกัน หากต้องการออกนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนที่เราไม่รู้จักมักคุ้น การประยุกต์ใช้วิธีการแบบชาติพันธุ์วรรณาก็จะช่วยให้เข้าใจกลุ่มคนนั้นๆ ได้มากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าการวิจัยในลักษณะที่ใกล้ชิดกับผู้คนเช่นนี้ ก็ต้องยึดหลักจริยธรรมในการศึกษาวิจัยด้วย

Vocabs of The Week

Cross-cutting

‘ครอบคลุมหลายมิติ’ คือการคิดคำนึงอยู่เสมอว่า ประเด็นๆ หนึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นอื่นๆ ปัญหาเดียวจึงอาจมีหลายประเด็นทับซ้อนกันอยู่ ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาก็จะต้อง ‘cross-cutting’ คือต้องครอบคลุมและเชื่อมโยงหลายประเด็นปัญหาเข้าด้วยกัน เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง

สมมติว่านักนโยบายอยากให้คนไร้บ้านมีความมั่นคงในชีวิต ก็ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ที่ ‘cross-cutting’ กันอยู่ เพราะสภาวะไร้บ้านเป็นทั้งสภาวะทางจิตใจ สภาวะทางเศรษฐกิจ และสภาวะทางสุขภาพ การหาทางออกก็ต้องครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายองค์กร เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาล เป็นต้น

Vocabs of The Week

Unpack

หรือ ‘คลี่ออก’ ก็เหมือนกับการรื้อของออกจากกระเป๋า ถ้าเราอยากรู้ว่าในกระเป๋ามีอะไรอยู่บ้าง เราก็ต้องค่อยๆ รื้อออก เช่นเดียวกัน ถ้าเราอยากเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องๆ หนึ่ง เราต้องคลี่ออกมาดูทีละส่วน เพื่อให้เข้าใจอย่างละเอียด

ตัวอย่าง

สมมติว่านักนโยบายกำลังออกนโยบายให้ครูช่วยดูแลสุขภาพจิตนักเรียน แต่สุขภาพจิตนักเรียนกลับไม่ดีขึ้น กรณีแบบนี้เป็นเวลาที่นักนโยบายจะต้องมา ‘unpack’ หรือคลี่นโยบายออกอย่างละเอียด เพื่อสำรวจว่าครูช่วยนักเรียนมากน้อยแค่ไหน ครูมีความรู้และทรัพยากรเพียงพอไหมในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน นโยบายที่ออกไปอยู่บนฐานคิดแบบไหน เป็นต้น

Vocabs of The Week

Deep Dive

คือ ‘การดำดิ่ง’ เปรียบเสมือนการจมดิ่งไปในประเด็นนั้นๆ มันคือการวิเคราะห์ประเด็นหรือปัญหาอย่างเข้มข้นและหนักหน่วง จะเป็นระดับปัจเจกหรือทีมก็ได้ที่ระดมสมองเพื่อแก้ปัญหา หรือระดมไอเดียกันอย่างจริงจัง

ตัวอย่าง

เราควรทำอย่างไรให้ผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศเข้าถึงการรักษาพยาบาลและตำรวจ? ถ้าทีมออกแบบนโยบายอยากได้คำตอบ วิธีหนึ่งก็คือการดำดิ่งลงไปกับประเด็น ทีมต้องช่วยกันหาข้อมูลและออกไอเดียอย่างเข้มข้น เช่น มีผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศประมาณกี่คนในไทย? คนเหล่านี้คือใครบ้าง และอยู่ที่ไหน? ใครเป็นผู้รับผิดชอบประเด็น? แก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง?

Vocabs of The Week

Trial and Error

คือ ‘การลองผิดลองถูก’ เป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการทำนโยบาย การลองผิดลองถูกก็เหมือนกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เราตั้งสมมติฐาน ทดสอบ ประเมินผลลัพธ์ และเรียนรู้จากการทดลองเพื่อได้คำตอบ
ในการออกแบบนโยบายจึงไม่ควรกลัวการทดลองแล้วล้มเหลว แต่ควรเรียนรู้และหาคำตอบจากการทดลองให้ได้มากที่สุด

ตัวอย่าง

สมมติว่านักนโยบายกำลังออกแบบนโยบายที่ซับซ้อนอย่างการแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ก็ต้องพิจารณาถึงหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งสภาพถนน ดินฟ้าอากาศ ผังเมือง ไปจนถึงค่านิยมของคน ในโมเดลการทดลองแก้ปัญหาก็อาจจะต้องเปลี่ยนปัจจัยหรือตัวแปรไปเรื่อยๆ ทดลองและอาจจะล้มเหลว จนกว่าจะค้นพบว่านโยบายแบบใดจะแก้ปัญหารถติดได้ดีที่สุด

Vocabs of The Week

Under-The-Radar

หมายความว่า “ไม่ได้รับความสนใจ” แต่ในเชิงนโยบายนั้น เราต้องคำนึงและตั้งรับเทรนด์ที่ไม่ได้รับความสนใจและไม่มีใครสังเกตอยู่เสมอ เพราะมันอาจส่งผลกระทบกับสังคมอย่างไม่มีใครคาดคิด

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Citizen-Centric

คือ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เป็นวิธีคิดในการออกนโยบายและบริการสาธารณะที่มองประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ เปลี่ยนวิธีคิดดั้งเดิมที่มองว่ารัฐไม่ต้องบริการประชาชน การออกแบบนโยบายโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางจะช่วยให้นโยบายมีประสิทธิภาพเสมอ เพราะสุดท้ายแล้วนโยบายก็ต้องออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมดีขึ้น

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Reimagine

“จินตนาการขึ้นใหม่” คือการออกจากกรอบความคิดแบบเดิมๆ คือการลองคิด และจินตนาการถึงสิ่งที่เป็นอยู่ว่าเราสามารถคิดให้แตกต่างไปจากเดิม และรังสรรค์นโยบายด้วยวิธีที่ดีกว่าเดิมได้ไหม เพราะหลายๆ ครั้งเรามักยึดติดกับกรอบวิธีคิดที่เราเคยชิน โดยไม่ได้นั่งพินิจพิจารณาเลยว่า เราสามารถจินตนาการโลกแบบอื่น หรือนโยบายแบบอื่นขึ้นมาได้

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Non-Linear thinking

คือ “การคิดแบบไม่เป็นเส้นตรงคือ” เป็นวิธีคิดที่มองว่าจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ ไม่ได้มีเพียงจุดเดียวและวิ่งเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆ
เราสามารถนำวิธีคิดเช่นนี้มาออกแบบนโยบายที่ยืดหยุ่นและแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ เพราะเมื่อเรามองว่าการแก้ปัญหาไม่ได้มีลักษณะเป็นเส้นตรง คือไม่ต้องเดินตาม step 1,2,3,4 แต่เรามองหาจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาได้จากหลายหมุดหมาย เราจะคิดอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Empathy

คือ ‘การเอาใจเขามาใส่ใจเรา’ ซึ่งคือความสามารถในการเข้าอกเข้าใจประสบการณ์และความรู้สึกของผู้อื่น ในกระบวนการออกนโยบาย การทำความเข้าใจประสบการณ์ของผู้คนที่หลากหลายโดยเฉพาะผู้คนที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายนั้นๆ ทำให้เราต้องทบทวนสมมติฐานเดิมที่มีอยู่ในใจ ซึ่งย่อมนำไปสู่การออกแบบนโยบายที่ดีกว่าเดิม

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Sensemaking

คือ การสร้างความเข้าใจเชิงลึก และการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้คำอธิบายที่หลากหลายแก่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในอีกแง่หนึ่งคือการทำความเข้าใจเหตุการณ์แบบซับซ้อนและลุ่มลึก เพราะมันเปิดพื้นที่ให้ผู้คนจากหลากหลายพื้นเพได้เข้ามาแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนประสบพบเจอ ไม่จำกัดอยู่แค่กับชุดประสบการณ์ของคนไม่กี่คน ซึ่งจะส่งผลให้การออกแบบนโยบายเข้าใจมุมมองที่หลากหลายและครอบคลุมชีวิตผู้คนมากขึ้น

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Horizon Scanning

คือ การกวาดหาสัญญาณอนาคต เป็นเครื่องมือที่ช่วยคาดการณ์ในขั้นต้น เครื่องมือชนิดนี้ไม่ได้ช่วยพยากรณ์ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่มันช่วยเราควานหาร่องรอยและสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นและอาจส่งผลต่ออนาคต เพื่อให้เราตระหนักต่อการเปลี่ยนแปลงและออกแบบนโยบายได้เท่าทันอนาคต

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Futures Thinking

อนาคตเป็นสิ่งที่ผันปรวน แต่หน้าที่อย่างหนึ่งของนโยบายสาธารณะคือการมองให้เห็นความผันปรวนและเตรียมการเพื่อให้พร้อมรับมือ นี่คือ “futures thinking” หรือ “การคิดเชิงอนาคต” มันคือการมองเห็น วิเคราะห์เทรนด์ในอนาคต และตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับอนาคตในหลากหลายรูปแบบเพื่อออกนโยบายที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ และพร้อมรับมือสถานการณ์ที่หลากหลายในวันข้างหน้า

ตัวอย่าง

Vocabs of The Week

Systems Thinking

คือ “การคิดเชิงระบบ” เป็นการมองอย่างรอบด้าน เด็กมีอาหารกลางวันกินที่โรงเรียน แล้วมีที่บ้านไหม? ทำอย่างไรให้ผู้ปกครองมีรายได้เพียงพอเลี้ยงลูก? เด็กที่ขาดแคลนสารอาหาร ขาดแคลนอะไรอีกในชีวิต และสวัสดิการแบบไหนถึงจะทำให้ชีวิตพวกเขาปลอดภัย? หน่วยงานใดเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้บ้าง? การมองจาก bird’s-eye view หรือภาพมุมสูงเช่นนี้ ทำให้เห็นปัญหาทั้งระบบและแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

ตัวอย่าง

หากอยากแก้ปัญหาเด็กไทยขาดแคลนสารอาหาร ต้องทำอย่างไร? นโยบายแบบเดิมๆ อาจแก้ปัญหาโดยการให้ทุนค่าอาหารกลางวันแก่เด็กยากจน

Vocabs of The Week

Agile

แปลตรงตัวได้ว่า คล่องแคล่วและปราดเปรียว ในเชิงนโยบายคือการทำงานที่เน้นประสิทธิภาพและคุณค่าสูงสุด ลดขั้นตอนการทำงานด้านเอกสารที่ทำให้ไม่คล่องตัว และโอบรับความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา มากกว่าติดอยู่กับแผนเดิมที่ไม่เวิร์คอีกต่อไป

ตัวอย่าง

งานของเรา
สำรวจการนำนวัตกรรมมาออกแบบนโยบาย
คลังความรู้
เรียนรู้ด้านนโยบายสาธารณะ
ร่วมกับเรา
ออกแบบนโยบายกับเรา
Back to Top